วันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมรายการชื่อว่า pop care ของช่องเคเบิ้ล pop channel ครับ คอนเซปรายการนี้น่ารักมากๆคือเขาจะพาศิลปินไปบำเพ็ญประโยชน์ ( หรือทำกิจกรรมที่ดูแคร์คนอื่นหน่อยน่ะมันเลยชื่อ pop care มั๊ง ) โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับตัวตนบุคลิกหน้าตาของคนนั้นๆ สวยเซ๊กเอ๊กอย่างเกิลรี่เบอรี่ก็จะได้ไปทำอะไรหวานๆอย่างสอนหนังสือเด็ก บางคนก็ได้ไปปลูกป่าปลูกต้นไม้ดูน่ารักน่าชัง ส่วนตัวผมนั้นได้รับเลือกให้ทำกิจกรรมอันทรงเกียรติ์อย่างการ "ช่วยเหลือสุนัขจรจัด" ซึ่งอันนี้ไม่ทราบว่าตัดสินจากหน้าตาที่ดูเป็นคนโอบอ้อมอารีหรือดูคล้ายสุนัขหรือจากจอนที่ยาวจัดๆ
เราได้เดินทางร่วมไปกับ
มูลนิธิเพื่อการรักษาสุนัขจรจัด ซึ่งถึงแม้จะมีชื่อว่าเป็นมูลนิธิแต่ก็มีคนทำงานอยู่สองคนคือคุณหมอ อะ-ริ-ทัด (ไม่กล้าพิมชื่อจริงๆเพราะว่าสะกดไม่เป็นแต่มันอ่านออกเสียงแบบนี้แล) กับลูกมือหนุ่มแน่นหนึ่งคน จากการได้พูดคุยกับคุณหมอ อะ-ริ-ทัด แล้ว ผมตกใจพอสมควรกับข้อมูลบางอย่างที่ท่านเล่า
ผมจะขอยกตัวอย่างมาสักแปดข้อนะครับ มา..
1. ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีสุนัขจรจัดอาศัยอยู่ประมาณ
หนึ่งล้านตัว
2. ในวันหนึ่งท่านจะได้รับแจ้งให้การช่วยเหลือเป็นสิบๆราย
3. มูลนิธินี้ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น
ศูนย์ บาท
4. ค่ารักษาสุนัขต่อหนึ่งตัวมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแล้วประมาณ
สองหมื่น บาท ในกรณีที่เป็นเนื้องอกหรือมะเร็งหรือได้รับอุบัติเหตุขาหัก
5. อุปสรรคที่พบบ่อยที่สุดคือ
การเข้าไปช่วยเหลือแล้วโดนคนด่า
6. ถ้ารักษาแล้วสุนัขไม่รอด ชาวบ้านจะด่าหมอ ไม่ได้ด่าคนขับรถชนสุนัข
7. คุณหมออะ-ริ-ทัด ขายทรัพย์สินไปมากโขเพื่อรักษามูลนิธินี้ให้อยู่รอด
8. ในโลกนี้มีคนที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยมอยู่ชนิดไม่คาดฝัน
8.1 มีเจ้าของที่ฝังหมาลงในดินทั้งเป็น
8.2 มีคนที่ขับรถชนหมาแล้วถอยรถมาทับอีกรอบ
8.3 มีคนเอาลิ่มแทงตาหมาทะลุสมองมาออกข้างหลัง ( ทางมูลนิธิช่วยชีวิตตัวนี้ไว้ได้อย่างอัศจรรย์ )
8.4 มีคนที่โยนหมาลงมาจากตึกสูงแปดชั้น
8.5 มีคนที่เอามีดฟันคอหมอกระเด็นไปติดเพดาน
8.6 มีคนที่ล่ามสุนัขไว้บนลู่วิ่งโดยที่ถ้าหยุดวิ่งโซ่ที่ล่ามจะรัดคอ
แล้วสิ่งที่คุณหมอเล่าให้ฟังก็ค่อยๆปรากฏให้ผมเห็นทีละอย่างๆ เริ่มต้นจากการได้รับแจ้งให้ไปช่วยเหลือสุนัขขาหักแถบฝั่งธน ในขณะที่เรากำลังเข้าไปดูอาการของหมาไข้ ( แผลงมาจาก คนไข้ ) ซึ่งทางทีมได้โชว์วิชาการจับหมาในพริบตาให้เราได้รับชมกันจนต้องร้องอู้หู อ้าหากัน ก็มีป้าบ้านข้างๆ ( ซึ่งในมืออุ้มพุดเดิ้ลฝรั่งท่าทางยะโส ) ออกมายืนด่าพวกเราฉอดๆ หาว่าเรามาหลอกมั่งล่ะ หาว่ามารักษาจะเอาเงินมั่งล่ะ พอเราอธิบายให้ฟังว่าเรามารักษาฟรีแล้วเราก็จะกลับแล้ว ก็ด่าอีกว่า มารักษาทำไมทำไมไม่เอากลับไปด้วย ( อีห่ากูเกลียดมึง ) คุณหมออธิบายให้เราฟังอย่างใจเย็นว่าพวกเขาโดนเรื่องนี้บ่อยครั้งมาก คือสังคมพยายามโจมตีเขาด้วยจุดที่ว่าทำไมถึงไม่นำไปรักษาแล้วเลี้ยงไปเลย คำตอบง่ายๆก็คือ
ใครจะเลี้ยงหมาเป็นพันๆตัวได้เงินก็ไม่มี พื้นที่ก็ไม่มี เมื่อก่อนหมอเคยทำกรงเพื่อรับเลี้ยงดูในระยะแรกแต่ว่าเงินค่อยๆร่อยหรอลง จนล้มเลิกไป
ตลอดทั้งวันเราได้รับแจ้งการบาดเจ็บของสุนัขแบบไม่ได้หยุดพัก เฉพาะวันเดียวมีสุนัขที่เราไปช่วยไม่ทันถึง 3 ชีวิต มีบางตัวที่ไปถึงแล้วไม่มีอยู่จริง โทรกลับไปถามก็วางหูใส่อีกต่างหาก มีบางตัวที่ไปถึงแล้วหาตัวไม่เจอชาวบ้านก็ตะโกนหากันลั่นซอยก็มี ( ตัวนี้ชื่อน่ารักมากชื่อว่าฟาโรห์ )
จนกระทั่งช่วงย่ำเย็น เราได้รับแจ้งข่าวของ " หรั่ง "
หรั่งเคยเป็นสุนัขบ้านมาก่อน หน้าตาคมคายเหมือนนายแบบฝรั่งผู้คนแถบนั้นจึงเรียกกันติดปากว่าไอ้หรั่ง หรั่งมีอาการเนื้องอกที่ขาขวาหน้า เนื้องอกโตประมาณกำปั้นของเคนชิโร่ช้ำเลิอดช้ำหนองแมลงวันตอมหึ่งนั่นแหละ หนำซ้ำยังมีเนื้องอกเล็กขนาดเท่ากำปั้นของชินจังอีกสองจุด เนื้อตัวของหรั่งตอนนี้ไม่มีคราบไคลของหมาบ้านเหลือติดตัวอยู่เลย ตอนนี้มันถูกแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ด้วยเห็บหมัดและเรื้อน
พวกเราไม่ต้องเปลืองแรงจับหรั่งเสียให้เมื่อย หรั่งเดินมาหาพวกเราด้วยแววตาเว้าวอน ประหนึ่งว่ามันรอคุณหมอมาชั่วชีวิต หลังจากนั้นก็เป็นการเปิดฉากการผ่าตัดครั้งใหญ่ขึ้น ณ หลังรถกระบะของคุณหมอ อะ-ริ-ทัด
ผมจะไม่บรรยายฉากนี้ ด้วยเหตุผลสั้นๆว่า
ผมไม่อยากนึกถึงมันอีกแล้ว
คุณหมอผ่าเอาเนื้องอกเคนชิโร่ออกมากองอยู่ข้างๆกองเลือดได้สำเร็จ แต่คุณหมอไม่สามารถผ่าเอาชินจังออกมาได้เพราะหรั่งอ่อนแอเกินไปแล้ว คุณหมอเล่าว่ามีหลายช่วงระหว่างการผ่าตัดที่หรั่งทำท่าจะลาโลกนี้ไป
สิ่งทีผมประทับใจมากก็คือ กลุ่มคนที่แจ้งข่าวของหรั่ง พวกเขามายืนให้กำลังใจหรั่งเหมือนเชียร์ลูกตัวเองให้รอดบางคนถึงกับร้องให้ น้ำตาหลั่งรินหลังจากที่คุณหมอผ่าตัดเสร็จสิ้น
ผมไม่ทราบจริงๆว่าคุณหมอและทีมงานเอาพลังมาจากไหน จินตนาการอย่างไรก็ไปไม่ถึงชีวิตของพวกเขาที่ต้องทำงานหนักกับกองเลือดกองเรื้อนท่ามกลางเสียงก่นด่าจากผู้คนที่นั่งห้องแอร์สบายใจเฉิบอยู่ในขณะที่พวกเขาเสียสละทุกสิ่งเพื่อสุนัขที่สังคมรังเกียจ
มีหลายคนบอกว่าคุณหมอหากินกับสุนัข
ผมขอพูดสั้นๆกับคนพวกนั้นว่า
ไปขี้ไป๊
http://www.2fsd.org/