ฝูครับ

posted on 03 Oct 2008 21:14 by stampblog
Never give out your password or credit card number in an instant message conversation. To help prevent infection by a computer virus or worm, never accept or open any file or link in an instant message until you verify its authenticity with the sender.  
stamp says: (8:21:00 PM)
สวัสดีมากครับพี่

เม้ง ....
says: (8:23:45 PM)
แหม สวัสดีครับมากเช่นกันครับน้อง

stamp says: (8:24:07 PM)
ปู๋เป็นไงบ้างพี่

เม้ง ....
says: (8:24:19 PM)
ปู่ไหนวะ

stamp says: (8:24:26 PM)
เพื่อนพี่ไง

เม้ง ....
says: (8:24:28 PM)
ฝู

stamp says: (8:24:29 PM)
ที่แต่งงาน

เม้ง ....
says: (8:24:41 PM)
ฝูครับ

stamp says: (8:24:55 PM)
เวนกำฟังผิด

เม้ง ....
says: (8:25:00 PM)
คนดีชอบแก้ไขนะครับ

เม้ง ....
says: (8:25:08 PM)
เอาใหม่สิครับ

stamp says: (8:25:17 PM)
อู๋เป็นไงบ้างพี่

เม้ง ....
says: (8:25:34 PM)
ก็ มีความสุขดีนะ

เม้ง ....
says: (8:25:43 PM)
งานวันนั้นเรียบร้อยดี

stamp says: (8:25:57 PM)
ยินดีกับหมูด้วยนะครับ

เม้ง ....
says: (8:26:32 PM)
เนี่ยก็เพิ่งคุยกับจู๋เนี่ยว่า ok มั้ย ที่ร้องเพลงวันนั้น

stamp says: (8:26:54 PM)
อืม ถ้ากู๋ชอบเราก็ดีใจนะ

เม้ง ....
says: (8:27:05 PM)
ใช่ๆ

เม้ง ....
says: (8:27:12 PM)
แต่จบจากงานวันนั้น

เม้ง ....
says: (8:27:28 PM)
แล้ว สู เค้าก็ขอตัวไปตีกลองอีกงานนึงต่อ

stamp says: (8:27:40 PM)
อ่าต้องระวังเรื่องกล้องเลยนะครับ

เม้ง ....
says: (8:28:09 PM)
ใช่ๆเดี๋ยวนี้ขโมยมันเยอะ ต้องระวังเลยเรื่อง โจ เนี่ย

stamp says: (8:28:40 PM)
อืมพูดถึงโจเขาไม่น่าแยกวงกะซิลลี่ฟูลเลยนะครับ

เม้ง ....
says: (8:29:27 PM)
เฮ้ยเหรอ เรด ฮอต ซิลลี่ ฟูล เปเปอร์ นี่วงแตกแล้วเหรอวะ

stamp says: (8:32:41 PM)
แพ้เลย

เม้ง ....
says: (8:33:33 PM)
สนุกมากๆเลยนะครับ

เม้ง ....
says: (8:33:40 PM)
เดี๋ยวไปกินข้าวก่อนนะครับ

stamp says: (8:33:54 PM)
สวัสดีมากครับ

 

edit @ 3 Oct 2008 21:20:18 by stamp

ชือ ดือ ดึ๊ด ฮู๊ วา

posted on 25 Sep 2008 02:23 by stampblog

                 อธิบายยังไงก็คงไม่เข้าใจ
               
               
เพราะอะไรนักดาราศาสตร์ผู้หลงไหลคลั่งไคล้ในสายงานของตนจึงยอมใช้เวลาเกือบทั้งหมดในชีวิตเพื่อแอบถ้ำมองพฤติกรรมของจุดเล็กๆบนท้องฟ้า  จุดเล็กๆที่เอ้อระเหยลอยเคลื่อนคล้อยไปตามวิถีของมันโดยไม่มีวันเอะใจได้เลยว่าจะมีสิ่งมีชีวิตหน้าไหนปวารณาตนเป็นแฟนคลับดำรงคงอยู่ ณ ดวงดาวอันไกลโพ้นดวงนี้ 
               

                กล่าวอย่างเป็นทางการ – คำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อาจถูกคิดค้นจนเป็นที่ยอมรับได้ในที่สุด แต่เมื่อถึงขั้นตอนของการทำความเข้าใจก็ยังเป็นเรื่องที่ห่างไกลเกินกว่าที่ผู้สังเกตุการณ์จะคาดเดา
                กล่าวอย่างเป็นกันเองมึงไม่มีวันเข้าใจกูหรอกว่ะ
               

                ผมเตรียมคำตอบเด็ดขาดรวบรัดนี้ไว้ใช้ในสถานการณ์ที่มีคนเอ่ยถามถึงเรื่องนั้นขึ้นมา  

            คำถามเรื่องเธอทำไมผมถึงชอบเธอ

                 ดูจะเป็นการง่ายดายกว่ามากที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของมนุษย์อีกคนบนดาวดวงเดียวกัน แต่ในจินตภาพโลกสว่างไสวของเธอที่ผมวาดไว้ ผมก็ยังอยู่ในสภาวะไร้ตัวตนอยู่ดี สำหรับเธอผมเป็นเหมือนตัวประกอบทหารยศต่ำในหนังสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์ หากจะมีกรณีที่เธอจะพบเห็นผมได้ก็ต่อเมื่อมีการฉายดีวีดีหนังเรื่องนี้ดูกันในครอบครัว และจำต้องเป็นจังหวะพอดีที่น้องสาวของเธอลุกไปเข้าห้องน้ำต้องกดปุ่มพอสค้างไว้  ภาพบนจอปรากฏทหารยศต่ำอ้าปากหวอค้างนิ่งในท่าพร้อมโดนยิง นั่นล่ะ! เธอจึงจะมองเห็นผม จำต้องเป็นกรณีโหดหินเข่นนี้เท่านั้น

                 แต่กระนั้น ต่อให้เธอจ้องมองผมขณะอ้าปากค้างหยุดนิ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะลืมผมในวินาทีถัดมา ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีสมบัติใกล้เคียงเฉียดความเป็นอากาศธาตุเข้าไปทุกที
               
               เลื่อนไหล ไร้ตัวตน
               อย่างถูกต้องแน่นอนที่สุดครับ มันเจ็บปวด

                หลังจากที่ได้พบกับเธอ การใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบเดิมก็พลันทุกเข็ญแสนสาหัส ถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 4 ปีแล้ว กิจวัตรปกติประจำวันดำเนินไปเช่นเดิมแต่รายละเอียดยิบย่อยภายในแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง อยู่ๆ
ผมก็มีเธอเข้ามาเป็นพื้นฐานของทุกพฤติกรรม การใช้ชีวิตแบบนี้เป็นไปได้ยากยิ่งถ้าหากไม่มีการค้นพบเคล็ดลับวิธีค้ำจุนจิตใจบางอย่าง ในกรณีของผม ผมใช้เทคนิคที่ถูกเรียกขานกันในหมู่นักคิดแห่งยุคว่า เทคนิคการหันหลังให้กล้อง
                ในมุมมองของผู้ที่มีบุคลิกหน้าตาธรรมดาสามัญค่อนไปทางลบ และไม่ได้มีแรงจูงใจในการหาลู่ทางเข้าวงการบันเทิง การถูกถ่ายรูปนับว่าเป็นเรื่องที่บั่นทอนกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปในสังคมทุนนิยมอย่างยิ่งยวด การหันหลังให้กล้องจึงนับว่าเป็นทางออกที่ดี ด้วยเทคนิคนี้ผู้ถูกถ่ายรูปจะมาสามารถหายใจต่อไปได้ในจังหวะปกติ สามารถเหม่อลอยออกไปในที่ไกลแสนไกล สามารถทบทวนรายชื่อภารกิจต่างๆที่ยังต้องสะสางต่อไปได้ จนกระทั่งเสียง
แช๊ะ ( ในกรณีที่เป็นกล้องแมนน่วล ) ดังขึ้น กรุณาหยุดรอสักพักให้เสียงหายลับดับไป ผู้ถูกถ่ายภาพจึงหันหน้าไปเสวนากับช่างภาพได้ตามปกติ

                ต้องขอขอบคุณกลุ่มนักคิดแห่งยุค ผมนำเทคนิควิธีนี้มาประยุกต์ใช้ในการมีชีวิตต่อไปบนโลกใบเดียวกับเธอ
                ผมจะหันหลังให้เธอจนกว่าจะได้ยินเสียง
แช๊ะ
               
เสียง แช๊ะ ที่มีความหมายประหนึ่งว่า หันมาหาฉันได้แล้วนะ

              โลกของเรากว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าความเข้าใจของเรามาก ถึงแม้ผมจะหันหลังให้กับเธอตลอดเวลาซึ่งนั่นหมายความว่าในวิสัยทัศน์ของผม ผมจะสามารถมองเห็นโลกได้แค่เพียงซีกเดียว สมมติเอาง่ายๆว่าเธอกำลังยืนอยู่บนเส้นศูนย์สูตรหันหน้าไปทางขั้วโลกใต้ เมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็จะไม่มีทางเห็นออสเตรเลียได้เลย แต่ลำพังเพียงซีกโลกเดียวที่ผมมองเห็นก็ยังมีอะไรมากมายให้ผมได้สลักความหมายของชีวิตลงไปอย่างไม่ต้องหยุดยื้อถ่วงเวลา
          ผมใช้ชีวิตอย่างปกติสามัญในซีกโลกของผม ผมตื่นนอน เดินทาง ทำงาน เสพสื่อ กินข้าว หายใจ และ เหม่อมองไปที่จุดอนันต์


 

edit @ 27 Sep 2008 01:29:08 by stamp

"...ฉันอยากทราบว่า ' เครื่องหมาย ' แตกต่างจาก ' สัญลักษณ์ ' ยังไง ? "

สุมิเระยิงคำถามใส่ตัวละครเอกฝ่ายชายในนวนิยายเรื่องที่ตัวเธอเองดำรงอยู่ " สปุตนิก สวีทฮาร์ท "

"องค์จักรพรรดิเป็นสัญลักษณ์ประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่ได้หมายความว่า องค์จักรพรรดิกับประเทศญี่ปุ่นมีค่าเท่าเทียมกัน พอตามทันไหม ? "

เหลือแดก!!! คำตอบชาญฉลาดลึกล้ำเกินคาด หากเข้าใจง่ายไม่เกินคิดไปพร้อมกัน

ก่อนรุ่งสางประมาณตีสี่กว่าตามเวลาในโลกนิยายของฮารูกิ มุราคามิ ขณะนั้นตัวละครทั้งสองคงห่อเหี่ยวโรยราเกินกว่าจะซุกซนตั้งข้อสงสัยต่อไปว่า " ถ้าไม่เท่าเทียมกันแล้วอะไรมีค่ามากกว่า ' สัญลักษณ์ ' หรือ ' สี่งที่ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ' ? "

คำถามนี้รบกวนจิตใจตัวละครว่างงานในโลกสีฟ้าอย่างผมไม่น้อย

มีคำกล่าวที่ได้ยินบ่อยๆจากปาก แบทแมน ฉบับตีความโดย คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ทั้งสองภาคกล่าวเป็นนัยประมาณว่า " การจะเป็นมากกว่ามนุษย์จำเป็นต้องกลายเป็นสัญลักษณ์ " ในที่นี้บรูซ เวย์น เลือกใช้สัญลักษณ์ค้างคาวแทนเจตจำนงค์และการกระทำของเขา

อย่างที่ทราบกันดี " ค้างคาว "  ทรงพลังและยิ่งใหญ่กว่า " บรูซ เวย์น " แซงโค้งไม่เห็นฝุ่น

องค์จักรพรรดิ ( สมมติเทพ ) เป็นสัญลักษณ์แห่งการปกครองประเทศญี่ปุ่น ( คนนับล้าน )

หากประวัติศาสตร์สร้างสัญลักษณ์ขึ้นมาเพื่อให้มันทรงอำนาจยิ่งใหญ่และทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองสิ่งที่หาค่าความแน่นอนคงที่ไม่ได้อย่างความเป็นไปของคนหมู่มากหรืออัตตาภายในใจมนุษย์ด้วยการสร้างสิ่งที่เปลี่ยนแปลงแปรฝันได้ยากกว่า

หน้าที่ที่แท้จริงของสัญลักษณ์ก็อาจจะเป็นเครื่องมือช่วยจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ เพราะมันเตือนให้เราจดจำและระลึกได้อยู่เสมอว่า สัญลักษณ์ต่างหากที่จะดำรงคงอยู่ มิใช่ตัวเราผู้พร้อมจะจากไปได้ในทุกโอกาส

และหากสัญลักษณ์คือตัวตายตัวแทนของเรา

สัญลักษณ์แห่งความดี
สัญลักษณ์แห่งรอยยิ้ม
สัญลักษณ์แห่งความรัก
สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ
สัญลักษณ์แห่งความสุข
สัญลักษณ์แห่งมิตร
สัญลักษณ์แห่งการอยู่ร่วมกัน
สัญลักษณ์แห่งความอ่อนน้อมต่อสิ่งแวดล้อม


" มาสร้างสัญลักษณ์กันเถอะ " ตัวละครว่างงานในโลกสีฟ้ากล่าว

 

 

 

edit @ 21 Sep 2008 02:17:18 by stamp