เข้าใจ

posted on 29 Mar 2009 02:59 by stampblog
เข้าใจ ฉันเข้าใจทุกอย่าง
เลิกบังเลิกอำพรางขอให้ฟังกันก่อน
เรื่องเราหากจะคิดไป จะอยู่ไปไยให้หมอง
อยู่เราสองก็คงปวดใจ

สองใจคิดไปคนละอย่าง ต่างคนต่างมีทาง รักจำทำกันได้
สองคนไม่เคยเข้าใจ คนให้อภัยไม่มี
อยู่อย่างนี้แล้วดีอย่างไร มันดีอย่างไร

คงมีเพียงแค่รักกัน แล้วรักนั้นมันมีสุขไหม
คงเป็นเพียงเราเผลอใป ไม่ตั้งใจจะรักกันให้มันยั่งยืน
ฝืนไปตรมใจเปล่า อยู่เดียวอาจเปลี่ยวเหงา
ขอเพียงเราเป็นเพื่อน เสียใจอาจจะเสียใจ
คงไม่นานไปก็เลือน อาจจะเหมือนเมฆลอยผ่านไป ทำใจก็ลืม

คงมีเพียงแค่รักกัน แล้วรักนั้นมันมีสุขไหม
คงเป็นเพียงเราเผลอไป ไม่ตั้งใจจะรักกันให้มันยั่งยืน
ฝืนไปตรมใจเปล่า เมื่อใดหากใจแห่งสองเรายังเป็นเพื่อน
แยกไปใช่จะร้างกัน ยังผูกพันกันอย่างเหมือน
เพื่อนจะรักดังเดิมได้ไหม รักเธอ
วันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมรายการชื่อว่า pop care ของช่องเคเบิ้ล pop channel ครับ คอนเซปรายการนี้น่ารักมากๆคือเขาจะพาศิลปินไปบำเพ็ญประโยชน์ ( หรือทำกิจกรรมที่ดูแคร์คนอื่นหน่อยน่ะมันเลยชื่อ pop care มั๊ง ) โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับตัวตนบุคลิกหน้าตาของคนนั้นๆ สวยเซ๊กเอ๊กอย่างเกิลรี่เบอรี่ก็จะได้ไปทำอะไรหวานๆอย่างสอนหนังสือเด็ก บางคนก็ได้ไปปลูกป่าปลูกต้นไม้ดูน่ารักน่าชัง ส่วนตัวผมนั้นได้รับเลือกให้ทำกิจกรรมอันทรงเกียรติ์อย่างการ "ช่วยเหลือสุนัขจรจัด" ซึ่งอันนี้ไม่ทราบว่าตัดสินจากหน้าตาที่ดูเป็นคนโอบอ้อมอารีหรือดูคล้ายสุนัขหรือจากจอนที่ยาวจัดๆ

เราได้เดินทางร่วมไปกับมูลนิธิเพื่อการรักษาสุนัขจรจัด ซึ่งถึงแม้จะมีชื่อว่าเป็นมูลนิธิแต่ก็มีคนทำงานอยู่สองคนคือคุณหมอ อะ-ริ-ทัด (ไม่กล้าพิมชื่อจริงๆเพราะว่าสะกดไม่เป็นแต่มันอ่านออกเสียงแบบนี้แล) กับลูกมือหนุ่มแน่นหนึ่งคน จากการได้พูดคุยกับคุณหมอ อะ-ริ-ทัด แล้ว ผมตกใจพอสมควรกับข้อมูลบางอย่างที่ท่านเล่า
ผมจะขอยกตัวอย่างมาสักแปดข้อนะครับ มา..
1. ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีสุนัขจรจัดอาศัยอยู่ประมาณ หนึ่งล้านตัว
2. ในวันหนึ่งท่านจะได้รับแจ้งให้การช่วยเหลือเป็นสิบๆราย
3. มูลนิธินี้ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น ศูนย์ บาท
4. ค่ารักษาสุนัขต่อหนึ่งตัวมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแล้วประมาณ สองหมื่น บาท ในกรณีที่เป็นเนื้องอกหรือมะเร็งหรือได้รับอุบัติเหตุขาหัก
5. อุปสรรคที่พบบ่อยที่สุดคือ การเข้าไปช่วยเหลือแล้วโดนคนด่า
6. ถ้ารักษาแล้วสุนัขไม่รอด ชาวบ้านจะด่าหมอ ไม่ได้ด่าคนขับรถชนสุนัข
7. คุณหมออะ-ริ-ทัด ขายทรัพย์สินไปมากโขเพื่อรักษามูลนิธินี้ให้อยู่รอด
8. ในโลกนี้มีคนที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยมอยู่ชนิดไม่คาดฝัน
8.1 มีเจ้าของที่ฝังหมาลงในดินทั้งเป็น
8.2 มีคนที่ขับรถชนหมาแล้วถอยรถมาทับอีกรอบ
8.3 มีคนเอาลิ่มแทงตาหมาทะลุสมองมาออกข้างหลัง ( ทางมูลนิธิช่วยชีวิตตัวนี้ไว้ได้อย่างอัศจรรย์ )
8.4 มีคนที่โยนหมาลงมาจากตึกสูงแปดชั้น
8.5 มีคนที่เอามีดฟันคอหมอกระเด็นไปติดเพดาน
8.6 มีคนที่ล่ามสุนัขไว้บนลู่วิ่งโดยที่ถ้าหยุดวิ่งโซ่ที่ล่ามจะรัดคอ

แล้วสิ่งที่คุณหมอเล่าให้ฟังก็ค่อยๆปรากฏให้ผมเห็นทีละอย่างๆ เริ่มต้นจากการได้รับแจ้งให้ไปช่วยเหลือสุนัขขาหักแถบฝั่งธน ในขณะที่เรากำลังเข้าไปดูอาการของหมาไข้ ( แผลงมาจาก คนไข้ ) ซึ่งทางทีมได้โชว์วิชาการจับหมาในพริบตาให้เราได้รับชมกันจนต้องร้องอู้หู อ้าหากัน ก็มีป้าบ้านข้างๆ ( ซึ่งในมืออุ้มพุดเดิ้ลฝรั่งท่าทางยะโส ) ออกมายืนด่าพวกเราฉอดๆ หาว่าเรามาหลอกมั่งล่ะ หาว่ามารักษาจะเอาเงินมั่งล่ะ พอเราอธิบายให้ฟังว่าเรามารักษาฟรีแล้วเราก็จะกลับแล้ว ก็ด่าอีกว่า มารักษาทำไมทำไมไม่เอากลับไปด้วย ( อีห่ากูเกลียดมึง ) คุณหมออธิบายให้เราฟังอย่างใจเย็นว่าพวกเขาโดนเรื่องนี้บ่อยครั้งมาก คือสังคมพยายามโจมตีเขาด้วยจุดที่ว่าทำไมถึงไม่นำไปรักษาแล้วเลี้ยงไปเลย คำตอบง่ายๆก็คือ ใครจะเลี้ยงหมาเป็นพันๆตัวได้เงินก็ไม่มี พื้นที่ก็ไม่มี เมื่อก่อนหมอเคยทำกรงเพื่อรับเลี้ยงดูในระยะแรกแต่ว่าเงินค่อยๆร่อยหรอลง จนล้มเลิกไป

ตลอดทั้งวันเราได้รับแจ้งการบาดเจ็บของสุนัขแบบไม่ได้หยุดพัก  เฉพาะวันเดียวมีสุนัขที่เราไปช่วยไม่ทันถึง 3 ชีวิต มีบางตัวที่ไปถึงแล้วไม่มีอยู่จริง โทรกลับไปถามก็วางหูใส่อีกต่างหาก มีบางตัวที่ไปถึงแล้วหาตัวไม่เจอชาวบ้านก็ตะโกนหากันลั่นซอยก็มี ( ตัวนี้ชื่อน่ารักมากชื่อว่าฟาโรห์ )

จนกระทั่งช่วงย่ำเย็น เราได้รับแจ้งข่าวของ " หรั่ง "
หรั่งเคยเป็นสุนัขบ้านมาก่อน หน้าตาคมคายเหมือนนายแบบฝรั่งผู้คนแถบนั้นจึงเรียกกันติดปากว่าไอ้หรั่ง หรั่งมีอาการเนื้องอกที่ขาขวาหน้า เนื้องอกโตประมาณกำปั้นของเคนชิโร่ช้ำเลิอดช้ำหนองแมลงวันตอมหึ่งนั่นแหละ หนำซ้ำยังมีเนื้องอกเล็กขนาดเท่ากำปั้นของชินจังอีกสองจุด เนื้อตัวของหรั่งตอนนี้ไม่มีคราบไคลของหมาบ้านเหลือติดตัวอยู่เลย ตอนนี้มันถูกแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ด้วยเห็บหมัดและเรื้อน

พวกเราไม่ต้องเปลืองแรงจับหรั่งเสียให้เมื่อย หรั่งเดินมาหาพวกเราด้วยแววตาเว้าวอน ประหนึ่งว่ามันรอคุณหมอมาชั่วชีวิต หลังจากนั้นก็เป็นการเปิดฉากการผ่าตัดครั้งใหญ่ขึ้น ณ หลังรถกระบะของคุณหมอ อะ-ริ-ทัด

ผมจะไม่บรรยายฉากนี้ ด้วยเหตุผลสั้นๆว่า ผมไม่อยากนึกถึงมันอีกแล้ว

คุณหมอผ่าเอาเนื้องอกเคนชิโร่ออกมากองอยู่ข้างๆกองเลือดได้สำเร็จ แต่คุณหมอไม่สามารถผ่าเอาชินจังออกมาได้เพราะหรั่งอ่อนแอเกินไปแล้ว คุณหมอเล่าว่ามีหลายช่วงระหว่างการผ่าตัดที่หรั่งทำท่าจะลาโลกนี้ไป

สิ่งทีผมประทับใจมากก็คือ กลุ่มคนที่แจ้งข่าวของหรั่ง พวกเขามายืนให้กำลังใจหรั่งเหมือนเชียร์ลูกตัวเองให้รอดบางคนถึงกับร้องให้ น้ำตาหลั่งรินหลังจากที่คุณหมอผ่าตัดเสร็จสิ้น

ผมไม่ทราบจริงๆว่าคุณหมอและทีมงานเอาพลังมาจากไหน จินตนาการอย่างไรก็ไปไม่ถึงชีวิตของพวกเขาที่ต้องทำงานหนักกับกองเลือดกองเรื้อนท่ามกลางเสียงก่นด่าจากผู้คนที่นั่งห้องแอร์สบายใจเฉิบอยู่ในขณะที่พวกเขาเสียสละทุกสิ่งเพื่อสุนัขที่สังคมรังเกียจ

มีหลายคนบอกว่าคุณหมอหากินกับสุนัข

ผมขอพูดสั้นๆกับคนพวกนั้นว่า ไปขี้ไป๊


http://www.2fsd.org/



play list

posted on 08 Feb 2009 14:21 by stampblog

พอดีมีโอกาสได้เขียนบทความลงในนิตยสารเล่มหนึ่งเกี่ยวกับเพลงที่ถูกกดฟังบ่อยที่สุดใน ipod ครับ

Stamp’s play list


1.
Beautiful day / U2
ผมฟังเพลงนี้ครั้งแรกตอนช่วงวัยรุ่น ในวันที่อะไรๆก็ดูสวยงามไปเสียหมด กลิ่นความสุขในอากาศตอนนั้นจึงถูกรีดทับด้วยอินโทรของเพลงเพลงนี้ผนึกไว้ในสมองของผม และเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ยินมันอีกครั้ง ละอองอากาศรอบตัวผมก็จะส่งกลิ่นเบาบางนั้นออกมาเสมอ
2.
Bitter sweet symphony / the verve
เป็นอินโทรที่งดงามเฉียดใกล้ภาพวาด หวาน ขม ระคนกันไปคิดถึงทีไรก็สุขทั้งน้ำตา
3.
On the tower / sondre lerche
เพลงนี้เป็นเพลงของชายชาวนอเวย์แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันเหมาะสมกับบรรยากาศในกรุงเทพมากเหลือเกิน เป็นจังหวะการก้าวเดินเนิบช้าท่ามกลางไอแดดร้อนระอุ หนำซ้ำเมโลดี้ยังโดดเด้งไปมาราวกับว่าเขาแต่งขึ้นมาตอนที่มีซะล้อซอซึงอยู่ในมือ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ผมก็ขอยัดเยียดให้เพลงนี้เป็นเพลง soundtrack ในการก้าวย่างไปในย่านวัฒนธรรมของกรุงเทพอย่างเป็นทางการ
4.
Wise up / aimee man
รู้สึกได้ว่ามีใครสักคนมาลูบหัวผมเบาๆอย่างอ่อนโยน ด้วยความรักสุดหัวใจ คอยบอกผมให้ปล่อยวางสิ่งต่างๆที่มันกดทับหัวไหล่ผมอยู่ออกไปเสีย ชีวิตนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้พบกับ aimee mann ตัวเป็นๆแน่ๆ แต่เพลงนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าผมเป็นหนี้เธอ และผมก็คิดเช่นนั้นจริงๆ
5. จดหมาย / นภ พรชำนิ

เพลงบางเพลงทำให้เราสุขใจมากขึ้น เสียใจมากขึ้น ตื่นใจมากขึ้น แต่เพลงนี้ไม่ได้ไปทำอะไรกับใจให้มันมากขึ้น สิ่งเดียวที่เพลงนี้ได้ทำคือทิ้งความประทับใจเอาไว้กับเรา
6. หนานเย็น / รังสรรค์ ราศรี-ดิบ
ผมฟังภาษาเหนือไม่ออก แต่สัมผัสได้ถึงความจริงใจในภาษาของเพลงเพลงนี้ การรับอะไรบางอย่างที่เราไม่เข้าใจโดยธรรมชาติ อาจจะสื่อสารสิ่งที่เราต้องการได้รับจริงๆออกมาก็ได้
7.
falling slowly / glen hansard & marketa irgova
เรียบง่าย งดงาม เป็นเพลงที่ฟังแล้วไม่รู้จักเบื่อ ฟังตอนเช้าก็สว่าง ฟังตอนค่ำก็มืดมิด ฟังตอนดึกก็หลับไหล
8.วสันต์สวาทคดี / ดนู ฮันตระกูล
ผมฟังเพลงนี้ทุกครั้งที่ปวดหัว คลื่นไส้ หรือมีอาการผิดปกติไม่ว่าจะทั้งทางร่างกายหรือจิตใจ น่าแปลกที่อาจารย์ดนูปัดเป่าให้ผมได้ทั้งหมด
9. อีสานคลาสสิค /
moderndog
เพลงนี้ทำให้ผมอยากเล่นดนตรี
10. ฉันจะฝันถึงเธอ / ดนู ฮันตระกูล

ผมชอบที่จะใช้เวลานึกถึงคนที่อยู่ไกลแสนไกล คนที่เรารู้ว่าเขามีจริง แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพลงเพลงนี้ทำให้ผมนึกถึงคนคนนั้น นอกจากนั้นเพลงเพลงนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำอัลบั้ม million ways to writes part 1 ขึ้นมา และเมื่อมันเสร็จสิ้นแล้ว อัลบั้มของผมก็ยังคงห่างไกลความสมบูรณ์แบบที่เพลงนี้ทำไว้ได้อยู่หลายล้านกิโล